ยกระดับการศึกษาไทย

สสวท. นำร่องใช้สื่อใหม่เพื่อนักเรียนขาดแคลนโอกาสฯ

“ความฉลาดรู้” คำนี้มีที่มาจากการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ซึ่งมีการประเมิน ความฉลาดรู้ (Literacy) 3 ด้าน ได้แก่ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)

จากผลการประเมิน PISA รอบปี 2018 จาก 79 ประเทศทั่วโลกพบว่าคะแนนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ของประเทศไทยสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่คะแนนการอ่านต่ำลง ทั้งนี้เมื่อพิจารณาภาพรวมของคะแนนทั้ง 3 ด้าน พบว่า คะแนนความฉลาดรู้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของนักเรียนไทยเมื่อเทียบกับการจัดการศึกษาของประเทศอื่น ๆ

ซึ่งสิ่งที่เห็นชัดเจน คือ การเรียนรู้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากเดิมเคยที่เน้นเนื้อหาวิชา (Content Based Learning) เป็นจะต้องเน้นการสอนเพื่อพัฒนาให้เด็กฉลาดรู้เพิ่มขึ้น และเพิ่มสมรรถนะของผู้เรียน มากกว่าการมุ่งเน้นให้เด็กมีความรู้เพียงอย่างเดียว เพราะความฉลาดรู้เป็นสมรรถนะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนไทยที่ควรมีไว้เป็นทักษะพื้นฐานในสังคมยุคดิจิทัลเพื่อรองรับศตวรรษที่ 21

สืบเนื่องจากเหตุผลดังกล่าว สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ดำเนินงานภายใต้จุดเน้นเพื่อ “สร้างเด็กฉลาดรู้ ครูคุณภาพสูง ยกระดับการศึกษาไทย แข่งขันได้ด้วยฐานสมรรถนะ” มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และจะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในปี 2565

การพัฒนานักเรียนให้มีความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ นั้น สสวท. “มุ่งให้นักเรียนมีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ หรือปัญหา หาคำตอบ แสดงเหตุผล หรือลงข้อสรุปได้อย่างมีวิจารณญาณ รวมถึงสามารถสื่อสารได้อย่างเหมาะสม”

 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ  ลิมปิจำนงค์

โดยพัฒนาสื่อ และกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งฐานสมรรถนะสำหรับผู้เรียน พัฒนาสื่อสำหรับนักเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร หรือขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา พัฒนา และส่งเสริมนักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา พัฒนา และส่งเสริมให้ผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศทั้งแบบออนไลน์ หรือเข้าร่วมแข่งขันในต่างประเทศที่เป็นเจ้าภาพ รวมทั้งดำเนินโครงการอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ในโรงเรียน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า “การพัฒนาสื่อสำหรับนักเรียน สสวท. มุ่งพัฒนานักเรียนทุกกลุ่ม ไม่ละเลยที่จะพัฒนาสื่อที่เหมาะกับนักเรียนขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา ในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนกลุ่มที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี และนอกจากหนังสือเรียนที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว สสวท. ยังได้พัฒนาสื่อดิจิทัล มีระบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ สามารถรวบรวมเนื้อหา และข้อมูลเพื่อช่วยสนับสนุนการสอนของครูในรูปแบบออนไลน์เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ เก็บข้อมูลการใช้งาน และนำมาปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียน”

ในการพัฒนาสื่อสำหรับนักเรียนกลุ่มที่ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา ซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแบบออนไลน์ได้ สสวท. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาสื่อ 65 พรรษา ในวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุ 65 พรรษา (สื่อ 65 พรรษา) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครูสำหรับการจัดการเรียนรู้ ในลักษณะของชุดการเรียนรู้สมบูรณ์แบบ (Comprehensive Learning Package) ที่ครอบคลุมหลักสูตร ที่อิงมาตรฐาน และเชื่อมโยงไปสู่สมรรถะ

รวมทั้งเน้นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมของผู้เรียนรอบด้าน มีการวัดประเมินผลที่สะท้อนถึงการพัฒนา และความสำเร็จของผู้เรียน อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถค้นคว้าต่อเนื่อง ในลักษณะการเรียนรู้ตามความสนใจได้ การจัดทำสื่อแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกนั้นได้จัดทำสื่อสำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร และจะจัดทำสื่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโอกาสต่อไป

ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำลังเตรียมจัดพิมพ์เอกสารชุดสื่อ 65 พรรษา ไปทดลองใช้ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนพระปริยัติธรรม สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ตาก และนราธิวาส กว่า 30 โรงเรียน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

นอกจากนั้น สสวท. ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้วิถีใหม่ ที่เรียกว่าโครงการ Project 14 ให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้เข้าถึงสื่อการเรียนการสอนและสื่อช่วยสอนที่มีคุณภาพสูง พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาการการเรียนรู้ ศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียน ประเมิน วางแผนการจัดการเรียนรู้ และพยากรณ์อนาคตที่สอดคล้องกับสภาพจริง สอดรับกับการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ผู้สนใจติดตามได้ที่เว็บไซต์ : http://proj14.ipst.ac.th YouTube: IPST Proj14 และ Facebook : IPST Proj14

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ kentalog.net

ufa slot

 

Releated